Loading
โทร. 02-807-4500  ต่อ  190,192



      มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์เริ่มจากเจตนารมย์ของคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว นายพลกฤษณ ประโมทะกะ และนายประเสริฐ สมะลาภา โดยนายพลกฤษณ ประโมทะกะ ซึ่งเป็นหลานของคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว ได้รับเจตนารมณ์ของคุณย่าจึงมาปรึกษาหารือกับนายประเสริฐ ว่าควรจัดตั้งสถานศึกษาทางด้านช่างเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคมโดยรวม โดยช่วงก่อนปีพุทธศักราช 2516 ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนช่างที่มีทักษะทางด้านปฏิบัติ และทฤษฎีประกอบกับนายพลกฤษณ ประโมทะกะ ได้เป็นผู้แทนกสิกรแห่งประเทศไทยร่วมกับข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมประชุมวิชาการเรื่องการฟื้นฟูบูรณะชนบทภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia Rural Construction) ร่วมกับผู้แทนประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ มติที่สำคัญของการประชุมในครั้งนั้น คือมติเห็นชอบในความร่วมมือเพื่อพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และขณะนั้นผู้ร่วมก่อตั้งอีกท่านหนึ่งคือ นายประเสริฐ สมะลาภา ได้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท ในปีพุทธศักราช 2508 ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก SEATO Graduate School of Engineering ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Asian Institute of Technology หรือสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โดย SEATO นั้นย่อมาจากคำว่า Southeast Asia Treaty Organization ซึ่งเป็นองค์กรที่ร่วมสร้างพันธสัญญาเพื่อภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ท่านทั้งสองจึงเห็นพ้องว่าควรใช้ชื่อวิทยาลัยที่มีชื่อ " เอเชียอาคเนย์ " หรือ " Southeast Asia " เพื่อให้ดูเป็นสากล และน่าเชื่อถือในวงการการศึกษาด้านวิศวกรรมท่านจึงตั้งชื่อวิทยาลัยว่า " Southeast Asia College " ซึ่งต่อมาวิทยาลัยได้มีการยกวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในนาม " มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia University) " จวบจนปัจจุบัน

วิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
พ.ศ. 2516 มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเดิมมี ชื่อว่า “วิทยาลัยเอเชียอาคเนย์” โดยได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยเอกชน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2516 เปิดสอน คณะวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นคณะแรก

 

 

    

 

 

พ.ศ. 2518 ทบวงมหาวิทยาลัยเข้าควบคุมตามมาตรา 75 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2522 ซึ่ง แก้ไขมาจากพระราชบัญญัติวิทยาลัยเอกชน พ.ศ. 2512 โดยมีรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย (ตำแหน่งในขณะนั้น) ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิทยาลัย

พ.ศ. 2520 เปิดสอนคณะบริหารธุรกิจ ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี และสาขาวิชาการตลาด

พ.ศ. 2525 เริ่มดำเนินการบริหารมหาวิทยาลัยโดยมี นายพลกฤษณ ประโมทะกะ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เข้าดำรงตำแหน่งนายกสภาวิทยาลัย


              


พ.ศ. 2527 มอบปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ประเภททั่วไปแก่ พันเอก อาทร ชนเห็นชอบ

พ.ศ. 2528 เปิดสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. 2530 เปิดสอนคณะบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร สาขาวิชาการบริหารงานบุคคล เปิดสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เปิดสอนบัณฑิตวิทยาลัย ระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (หลักสูตร 2 ปี) ภาคค่ำ

พ.ศ. 2531 เปิดสอนคณะบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี (ต่อเนื่อง 2 ปี) สาขาวิชาการบัญชีและสาขาวิชาการตลาด


พ.ศ. 2532 เปิดสอนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ระดับปริญญาตรี (ต่อเนื่อง 2 ปี) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. 2534 เปิดสอนคณะบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี และ (ต่อเนื่อง 2 ปี) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

พ.ศ. 2535 เปิดสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
ได้รับอนุญาตให้เป็นมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 5 มีนาคา 2535 มีชื่อว่า "มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์"
(SOUTH-EAST ASIA UNIVERSITY)  มอบปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ประเภททั่วไปแก่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ





พ.ศ. 2537 โอนหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไปสังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์

พ.ศ. 2538 เปิดสอนคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ และสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

พ.ศ. 2539 เปิดสอนคณะนิติศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชานิติศาสตร์ (ภาคค่ำ)
ปิดรับนักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงทุกสาขาวิชา

พ.ศ. 2541 ปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต โดยรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงเข้าศึกษา ใช้เวลาเรียน 3 ปี นายประเสริฐ สมะลาภา เข้าดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ แทนนายพลกฤษณ ประโมทะกะ ซึ่งถึงแก่กรรม และมีการปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต โดยรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงเข้าศึกษา ใช้เวลาเรียน 3 ปี



    

พ.ศ. 2543 เปิดสอนคณะนิติศาสตร์ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชานิติศาสตร์ (ภาคปกติ)
เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการงานวิศวกรรม หลักสูตร 2 ปี (ภาคค่ำ)
เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตร 2 ปี (ภาคปกติ/ภาคค่ำ)
เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หลักสูตร 2 ปี (ภาคปกติ) เปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เข้าศึกษาในปริญญาที่สอง
มอบปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ประเภททั่วไปแก่ นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์

พ.ศ. 2545 เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ หลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ)
ปรับปรุงหลักสูตรบัญชีบัณฑิตและบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี และหลักสูตร (ต่อเนื่อง)
ปรับปรุงหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ/ค่ำ)
ปรับปรุงหลักสูตร หมวดวิชาศึกษาทั่วไป เพื่อใช้กับทุกคณะและสาขาวิชาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี
ปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ) และใช้เวลาเรียน 3 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ) โดยรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูงเข้าศึกษา

พ.ศ. 2546 ปรับปรุงหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชานิติศาสตร์ (ภาคปกติ/ภาคค่ำ)

พ.ศ. 2547 เปิดสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์หลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ) ปรับปรุงหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตร 2 ปี (ภาคปกติ/ภาคค่ำ)

พ.ศ.2548 เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมการจัดการความปลอดภัย หลักสูตร 4 ปี และใช้เวลาเรียน 3 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ)
เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ หลักสูตร 4 ปี และใช้เวลาเรียน 3 ปี (ภาคปกติ/ภาคสมทบ)
เปิดสอนหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี (ภาคปกติ/ภาคค่ำ)
ปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการงานวิศวกรรม

      มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงมีองค์ประกอบที่ชัดแจ้งว่าจะให้บริการทางการศึกษา สร้างโอกาส สร้างเยาวชนของชาติในแนวทางวิถีแห่งพุทธศาสนา ร่วมสร้างบัณฑิตที่ความสามารถควบคู่จริยธรรม จึงควรที่ประชาชนผู้มีจิตใจใฝ่ประกอบการกุศลแก่สังคม ประเทศชาติ จักได้ร่วมมือกันตามความรู้ความคิด และความสามารถของแต่ละบุคคลจรรโลงไว้ซึ่งสถาบันการศึกษาแห่งนี้ให้คงอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์อันจะยังความสุข ให้แก่คนทั้งหลาย ไปตราบชั่วกาลนาน