มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์เริ่มจากเจตนารมย์ของคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว นายพลกฤษณ ประโมทะกะ และนายประเสริฐ สมะลาภา โดยนายพลกฤษณ ประโมทะกะ ซึ่งเป็นหลานของคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว ได้รับเจตนารมณ์ของคุณย่าจึงมาปรึกษาหารือกับนายประเสริฐ ว่าควรจัดตั้งสถานศึกษาทางด้านช่างเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคมโดยรวม โดยช่วงก่อนปีพุทธศักราช 2516 ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนช่างที่มีทักษะทางด้านปฏิบัติ และทฤษฎีประกอบกับนายพลกฤษณ ประโมทะกะ ได้เป็นผู้แทนกสิกรแห่งประเทศไทยร่วมกับข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมประชุมวิชาการเรื่องการฟื้นฟูบูรณะชนบทภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia Rural Construction) ร่วมกับผู้แทนประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ มติที่สำคัญของการประชุมในครั้งนั้น คือมติเห็นชอบในความร่วมมือเพื่อพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และขณะนั้นผู้ร่วมก่อตั้งอีกท่านหนึ่งคือ นายประเสริฐ สมะลาภา ได้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท ในปีพุทธศักราช 2508 ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก SEATO Graduate School of Engineering ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Asian Institute of Technology หรือสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โดย SEATO นั้นย่อมาจากคำว่า Southeast Asia Treaty Organization ซึ่งเป็นองค์กรที่ร่วมสร้างพันธสัญญาเพื่อภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ท่านทั้งสองจึงเห็นพ้องว่าควรใช้ชื่อวิทยาลัยที่มีชื่อ " เอเชียอาคเนย์ " หรือ " Southeast Asia " เพื่อให้ดูเป็นสากล และน่าเชื่อถือในวงการการศึกษาด้านวิศวกรรมท่านจึงตั้งชื่อวิทยาลัยว่า " Southeast Asia College " ซึ่งต่อมาวิทยาลัยได้มีการยกวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในนาม " มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia University) " จวบจนปัจจุบัน
   
ตราสัญลักษณ์ของเอเชียอาคเนย์ ประกอบด้วย เส้นรอบวงบางเป็นเส้นนอกสุด และถัดเข้ามาเป็นเส้นรอบวงหนาห่างจากเส้นรอบวงหนา มีเส้นรอบวงหนาและบางอีกอย่างละเส้น ภายในเนื้อที่ของเส้นรอบวงตอนบน คือชื่อของมหาวิทยาลัย เป็นอักษรภาษาไทยว่า มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ภายในเนื้อที่ของเส้นรอบวงตอนล่าง คือชื่อของมหาวิทยาลัย เป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า Southeast Asia University ระหว่างชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้านซ้ายและด้านขวา เป็นตัวเลขอารบิคแสดงปี พ.ศ. และ ค.ศ. ที่ได้เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์แห่งนี้ว่า 2516 และ 1973 ตามลำดับ เนื้อที่บริเวณกลางของวงกลม มีรูปแผนที่ประเทศ ไทยล้อมด้วยภูมิภาคบางส่วนของประเทศเมียนมาร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ตราสัญลักษณ์ใช้ชื่อวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia College) และได้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia University) หลังจากได้มีการยกวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2535
   
ต้นไทรย้อยร้อยปี ที่จะได้พบเห็นกันคือต้นไทรเก่าแก่ขนาดใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านทอดยาวปกคลุมเป็นร่มเงาในบริเวณเดียวกันซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่อยู่เคียงคู่กับผืนแผ่นดินนี้มานับร้อยปี ก่อนที่จะก่อตั้งมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์แห่งนี้ ต้นไทรนี้ ชื่อไทรย้อยใบแหลม (Ficusbenjamina Linn หรือชื่อสามัญ Benjamin Tree) ซึ่งเป็นต้นไทรพันธุ์เดียวกับที่ พิมายไทรงาม แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ต้นไทรนี้ให้ร่มเงาแก่ผืนแผ่นดินผืนนี้มาก่อนที่คุณย่าจะได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้จากผู้จำนอง เมื่อปี พ.ศ. 2456 จึงคาดว่า ต้นไทรนี้จะมีอายุกว่า 100 ปี เนื่องจากคนโบราณมีความเชื่อที่จะไม่ตัดหรือทำลายต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นไทรหรือต้นโพธิ์ ต้นไทรนี้จึงเป็นสัญลักษณ์คู่กับมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์แห่งนี้ตลอดมา
 

รูปปั้นจำลองคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว รูปปั้นโลหะสัมฤทธิ์สีดำ จำลองคุณย่าในท่านั่ง สิ่งเคารพสักการะของชาวเอเชียอาคเนย์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่ภายในศาลาเรือนไม้ทรงไทย ภายใต้ร่มไทร และคุ้งน้ำ คล้ายบ้านเดิมของคุณย่าที่ริมคลองบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร รูปปั้นจำลองของคุณย่าแปลก เหมือนปิ๋ว นี้สร้างขึ้นจากแนวคิดริเริ่มของ ท่านมีชัย พริ้งรักษา หลายเขยคุณย่า และท่านพลกฤษณ ประโมทะกะ ผู้ร่วมก่อตั้ง ใช้งบประมาณจัดสร้างเป็นเงิน 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน) โดย นายพรหม (ไม่ทราบนามสกุล) อาชีพ ช่างหล่อพระและรูปเหมือน ข้างวัดราษฎร์บำรุง ถนนอินทาปัจ (เพชรเกษม 69) แขวงหลักสอง เขตหนองแขม ซึ่งได้ย้ายไปอยู่ริมคลองบางพราน แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ในเวลาต่อมาศาลาเรือนไม้ทรงไทยที่ตั้งรูปปั้นจำลองคุณย่านี้ได้จัดสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง ล่าสุดได้จัดสร้างใหม่โดยย้ายมาจากที่เดิมในบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2538 เวลา 08.00 น. หลังจากอาคารสำนักงานอธิการบดีก่อสร้างเสร็จแล้ว

 
นาฬิกาเรือนโต นาฬิกาปูนขนาดใหญ่ ยี่ห้อไซโก้ติดตั้ง ณ อาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัย ด้านซ้ายมืออาคารพลกฤษณ ประโมทะกะ ในปัจจุบัน เป็นนาฬิกาของขวัญที่บริษัท เมืองทอง จำกัด มอบให้ในวันเปิดวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ด้วยเพราะความศรัทธาในจิตกุศลของผู้ก่อตั้งที่มีเจตนาในการสร้างกุศล ท่านจึงศรัทธาและร่วมสร้างกุศล โดยบริจาคพร้อมทั้งติดตั้งนาฬิกา ไซโก้ ขนาดใหญ่ มูลค่า 600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน) นี้ ให้เป็นของขวัญในวันเปิดสถาบัน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมพ.ศ. 2516
 
สีน้ำเงินและสีทอง เป็นสีประจำมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ โดยสีน้ำเงิน หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ สีทอง ใช้แทนสีเหลือง หมายถึง พุทธศาสนา เป็นสีที่คล้ายกับสีของจีวรพระในสมัยโบราณ และคำว่า “ทอง” ฟังแล้วเป็นมงคล ดังนั้น สีน้ำเงิน และ สีทอง จึงมีนัยถึง การเทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ (สังเกตว่าไม่มีการใช้สีแดง เพราะสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น)

ชื่อเต็มภาษาไทย    :   มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
อักษรย่อ :   ม.อ.อ.
ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ :   Southeast Asia University
อักษรย่อ   :   SAU
ปรัชญามหาวิทยาลัย    :   วิริเยนทุกขมจเจติ
    (บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร)
 
     มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงมีองค์ประกอบที่ชัดแจ้งว่าจะให้บริการทางการศึกษา สร้างโอกาส สร้างเยาวชนของชาติในแนวทางวิถีแห่งพุทธศาสนา ร่วมสร้างบัณฑิตที่ความสามารถควบคู่จริยธรรม จึงควรที่ประชาชนผู้มีจิตใจใฝ่ประกอบการกุศลแก่สังคม ประเทศชาติ จักได้ร่วมมือกันตามความรู้ความคิด และความสามารถของแต่ละบุคคล จรรโลงไว้ซึ่งสถาบันการศึกษาแห่งนี้ให้คงอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์อันจะยังความสุข ให้แก่คนทั้งหลาย ไปตราบชั่วกาลนาน

 

 

มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
19/1 ถนนเพชรเกษม (ติดซอยเพชรเกษม 106) เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
โทรศัพท์ : 02-8074500 ต่อ 190, 192 แฟกซ์ : 02-8074528 – 30 อีเมล์ : info@sau.ac.th