how to build a website

จรรยาบรรณนักวิจัยและแนวทางปฏิบัติ
สภาวิจัยแห่งชาติ
ความเป็นมา
ปัจจุบันนี้ผลการวิจัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างยิ่ง หากงานวิจัย ที่ปรากฏสู่สาธารณชน มีความเที่ยงตรง นำเสนอสิ่งที่เป็นความจริงสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างแท้จริง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การที่จะให้ได้มาซึ่งงานวิจัยที่ดีมี คุณภาพ จำเป็ นต้องมีส่วนประกอบสำคัญหลายประการ นอกจากการดำเนินตามระเบียบวิธีการวิจัย อย่างมีคุณภาพแล้ว คุณธรรมหรือจรรยาบรรณของนักวิจัยเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งประการหนึ่ง
คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยาตระหนักถึงความสำคัญของจรรยาบรรณ นักวิจัยดังกล่าว จึงได้ริเริ่มดำเนินการยกร่างจรรยาบรรณนักวจัยเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการในสาขาวิชาการต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้โดยผ่านกระบวนการขอรับ ความคิดเห็นจากนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆและได้ปรับปรุงให้เหมาะสมรัดกุมชัดเจน จนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ประกาศให้เป็นหลักเกณฑ์ควร ประพฤติของนักวิจัยทั่วไป

วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไปโดยมีลักษณะเป็ นข้อพึงสังวรณ์ มากกว่าจะเป็นข้อบังคับ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างจรรยาบรรณในหมู่นักวิจัยต่อไป
นิยาม
นักวิจัย หมายถึง ผู้ที่ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อตอบประเด็นที่สงสัยโดย มีระเบียบวิธีอันเป็นที่ยอมรับในแต่ละศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทั้งแนวคิด มโนทัศน์และวิธีการที่ใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมใน การประกอบอาชีพ ที่กลุ่มบุคคลแต่ละสาขาชีพประมวลขึ้นไว้เป็นหลักเพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้นๆ ยึดถือปฏิบัติเพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสาขาวิชาชีพของตน
จรรยาบรรณนักวิจัย หมายถึง หลักเกณฑ์ควรประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไปเพื่อให้การ ดำเนินงานวิจัยตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐาน ของการศึกษาค้นคว้าให้เป็นไปอย่างสามศักดิศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัย

ข้อ 1 นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น ต้องให้เกียรติและอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในงานวิจัย ต้องซื่อตรงต่อการแสวงหาทุน วิจัยและมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้จากการวิจัย
1.1 นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
1.1.1) นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การเลือกเรื่องที่จะทำวิจัย การเลือกผู้เข้าร่วมทำวิจัย การดำเนินการวิจัย ตลอดจนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
1.1.2) นักวิจัยต้องให้เกียรติผู้อื่นโดยการอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลและความคิดเห็นที่นำมาใช้ในงานวิจัย
1.2 นักวิจัยต้องซื่อตรงต่อการแสวงหาทุนวิจัย
1.2.1) นักวิจัยต้องเสนอข้อมูลและแนวคิดอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาในการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน
1.2.2) นักวิจัยต้องเสนอโครงการวิจัยด้วยความซื่อสัตย์โดยไม่ขอทุนซํ้าซ้อน
1.3 นักวิจัยต้องมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้จากการวิจัย
1.3.1) นักวิจัยต้องจัดสรรสัดส่วนของผลงานวิจัยแก่ผู้ร่วมวิจัยอย่างยุติธรรม
1.3.2) นักวิจัยต้องเสนอผลงานอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่นำผลงานของผู้อื่นมาอ้างว่าเป็นของตน

ข้อ 2 นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัย ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุน การวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด
นักวิจัยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงการวิจัยที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ำยยอมรับร่วมกัน อุทิศเวลาทำงานวิจัยให้ได้ผลดีที่สุดและเป็นไปตามกำหนดเวลา มีความรับผิดชอบไม่ละทิ้งงานระหว่างดำเนินการ
2.1 นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัย
2.1.1) นักวิจัยต้องศึกษาเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ของเจ้าของทุนอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อป้องกัน ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
2.1.2) นักวิจัยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ระเบียบและกฎเกณฑ์ ตามข้อตกลงอย่างครบถ้วน
2.2 นักวิจัยต้องอุทิศเวลาทำงานวิจัย
2.2.1) นักวิจัยต้องทุ่มเทความรู้ ความสามารถและเวลาให้กับการทำงานวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์
2.3 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบในการทำวิจัย
2.3.1) นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบไม่ละทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลอันควรและส่งงานตามกำหนดเวลาไม่ทำผิดสัญญาข้อตกลงจนก่อให้เกิดความเสียหาย
2.3.2) นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เพื่อให้ผลอันเกิดจากการวิจัยได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ข้อ 3 นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย
นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัยอย่างเพียงพอและมีความรู้ความชำนาญหรือ มีประสบการณ์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ทำวิจัยเพื่อนำไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพและเพื่อป้ องกันปัญหาการ วิเคราะห์ การตีความ หรือการสรุปที่ผิดพลาด อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่องานวิจัย
3.1 นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ ความชำนาญหรือประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ทำวิจัยอย่างเพียงพอเพื่อ นำไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพ
3.2 นักวิจัยต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพของงานวิจัยในสาขาวิชาการนั้นๆเพื่อป้ องกันความเสียหายต่อ วงการวิชาการ

ข้อ 4 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
นักวิจัยต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวังและเที่ยงตรงในการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคน สัตว์ พืช ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีจิตสำนึกและปณิธานที่จะอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
4.1 การใช้คนหรือสัตว์เป็นตัวอย่างทดลอง ต้องทำในกรณีที่ไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้น
4.2 นักวิจัยต้องดำเนินการวิจัยโดยมีจิตสำนึกที่จะไม่ก่อความเสียหายต่อคน สัตว์ พืช ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
4.3 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดแก่ตนเอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาและสังคม

ข้อ 5 นักวิจัยต้องเคารพศักดิศรีและสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
นักวิจัยต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลยและขาดความเคารพในศักดิศรีของเพื่อน์ มนุษย์ต้องถือเป็ นภาระหน้าที่ที่จะอธิบายจุดมุ่งหมายของการวิจัยแก่บุคคลที่เป็ นกลุ่มตัวอย่างโดยไม่ หลอกลวงหรือบีบบังคับและไม่ละเมิดสิทธส่วนบุคคล
5.1 นักวิจัยต้องมีความเคารพในสิทธิของมนุษย์ที่ใช้ในการทดลองโดยต้องได้รับความยินยอมก่อนทำการวิจัย
5.2 นักวิจัยต้องปฏิบัติต่อมนุษย์และสัตว์ที่ใช้ในการทดลองด้วยความเมตตาไม่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ทางวิชาการจนเกิดความเสียหายที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
5.3 นักวิจัยต้องดูแลปกป้องสิทธิประโยชน์และรักษาความลับของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง

ข้อ 6 นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด ต้องตระหนักว่า อคติส่วนตนหรือความลำเอียงทางวิชาการ อาจส่งผลให้มีการบิดเบือนข้อมูลและข้อค้นพบทางวิชาการ อันเป็นเหตุให้เกิดผลเสียหายต่องานวิจัย
6.1 นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดไม่ทำงานวิจัยด้วยความเกรงใจ
6.2 นักวิจัยต้องปฏิบัติงานวิจัยโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์และไม่มีอคติมาเกี่ยวข้อง
6.3 นักวิจัยต้องเสนอผลงานวิจัยตามความเป็นจริงไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการวิจัยโดยหวังผลประโยชน์ส่วน ตน หรือต้องการสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น

ข้อ 7 นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
นักวิจัยพึงเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและสังคมไม่ขยายผลข้อค้นพบจนเกิดความเป็นจริงและไม่ใช้ผลงานวิจัยไปในทางมิชอบ
7.1 นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบและรอบคอบในการเผยแพร่ผลงานวิจัย
7.2 นักวิจัยพึงเผยแพร่ผลงานวิจัยโดยคำนึงถึงประโยชน์ทางวิชาการและสังคมไม่เผยแพร่ผลงานวิจัยเกิน ความเป็นจริงโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
7.3 นักวิจัยพึงเสนอผลงานวิจัยตามความเป็นจริงไม่ขยายผลข้อค้นพบโดยปราศจากการตรวจสอบ ยืนยันในทางวิชาการ

ข้อ 8 นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
นักวิจัยพึงมีใจกว้าง พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนการวิจัยยอมรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลทางวิชาการของผู้อื่นและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยของตนให้ถูกต้อง
8.1 นักวิจัยพึงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจในงานวิจัยกับเพื่อนร่วมงานและนักวิชาการอื่นๆ
8.2 นักวิจัยพึงยอมรับฟังแก้ไขการทำวิจัยและการเสนอผลงานวิจัยตามข้อแนะนำที่ดีเพื่อสร้างความรู้ที่ ถูกต้องและสามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้

ข้อ 9 นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
นักวิจัยมีจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังสติปัญญาในการทำวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อความเจริญและประโยชน์สุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ
9.1 นักวิจัยพึงไตร่ตรองหาหัวข้อการวิจัยด้วยความรอบคอบและทำการวิจัยด้วยจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลัง ปัญญาของตนเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อความเจริญของสถาบันและประโยชน์สุขต่อสังคม
9.2 นักวิจัยพึงรับผิดชอบในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการเพื่อความเจริญของสังคมไม่ทำการวิจัยที่ขัดกับ กฎหมาย ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
9.3 นักวิจัยพึงพัฒนาบทบาทของตนให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นและอุทิศเวลา นํ้าใจ กระทำการส่งเสริมพัฒน ความรู้จิตใจ พฤติกรรมของนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีส่วนสร้างสรรค์ความรู้แก่สังคมสืบไป

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

แหล่งทุนวิจัย

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 
สำนักงบประมาณ 
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 
เครือข่ายกาญจนาภิเษก 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ 
ศูนย์พันธุวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู (ก.ค.) 
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) 
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
สำนักบริหารการศึกษานอกโรงเรียน 
กรมควบคุมมลพิษ 
กรมวิชาการ
กรมการศาสนา 
กรมการศึกษานอกโรงเรียน 
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 
กองส่งเสริมเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
กรมป่าไม้ 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
การเคหะแห่งชาติ 
มูลนิธิ 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย 
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) 
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 
สำนักงานนโยบายและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
มูลนิธิโทเร เพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ 
มูลนิธิจิตเวชศาสตร์สงเคราะห์ กรมสุขภาพจิต 
มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินไทย 
มูลนิธิโทเร เพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย (Thailand Toray Science Foundation) 
มูลนิธิ 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย 
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน) 
สถาบันควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารสุข 
สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา 
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 

การตรวจสอบวารสารวิชาการที่อยู่ใน Beall’s list of predatory publishers

            Beall’s list คือรายชื่อสำนักพิมพ์ (publishers) และรายชื่อวารสาร (Standalone journal) ที่มีแนวโน้มว่าไม่ได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของบทความไม่ได้มาตรฐาน โดยส่วนใหญ่วารสารดังกล่าวเป็นประเภท open access ที่ต้องเสียค่า page charge และวารสารดังกล่าวจะมีค่า journal impact factor สูง ซึ่งปัจจุบันวารสารที่อยู่ใน Beall’s list มีมากกว่า 1,000 ฉบับ

การตรวจสอบรายชื่อวารสารทำได้ดังนี้
1. https://web.archive.org/web/20161202192036/https://scholarlyoa.com/publishers/ เพื่อตรวจสอบรายชื่อสำนักพิมพ์ที่ปรากฏอยู่ใน Beall’s list หรือ
2. https://web.archive.org/web/20161202192038/https://scholarlyoa.com/individual-journals/ เพื่อตรวจสอบรายชื่อวารสารที่ปรากฏอยู่ใน Beall’s list


เกณฑ์การกำหนดน้ำหนักบทความที่ตีพิมพ์ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
1. การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการ
(1) วารสารวิชาการนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูลของ Institute for Scientific Information (ISI) ให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 1
(2) วารสารวิชาการนานาชาติที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลของ ISI และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับ การส่งเสริมและ พัฒนางานวิจัยของ สกอ. ให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 3/4
(3) วารสารวิชาการระดับชาติที่ผ่านเกณฑ์ของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของ สกอ. ให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 1/2
(4) วารสารวิชาการระดับชาติหากไม่อยู่ในเกณฑ์ของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของ สกอ. จะต้องเป็นวารสารของสถาบันขึ้นไป และอยู่ในรายชื่อวารสารระดับชาติที่ สกว. รับรองด้วย จึงให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 1/4
2. รายงานการประชุมที่เผยแพร่เป็นรูปเล่ม (proceedings) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
(1) การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ (international conference) ที่มี proceedings ตีพิมพ์ผลงานฉบับสมบูรณ์ (full papers) ให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 1/3
(2) การประชุมวิชาการระดับชาติ (national conference) ที่จัดร่วมกันโดยสมาคม/ สถาบันที่เป็นนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่งขึ้นไป ต้องเป็นรายงานการประชุมที่เป็นรูปเล่มและเผยแพร่หลังการประชุม โดยงานที่พิมพ์ต้องเป็นผลงานฉบับสมบูรณ์ (full paper) ให้ค่าน้ำหนักเท่ากับ 1/6


ระเบียบ/ ประกาศ
ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2563
ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2563
ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. 2562



การสืบค้นงานวิจัย

ฐานข้อมูลงานวิจัย THAILIS 
ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย TCI 
ฐานข้อมูล DOAJ DIRECTORY OF OPEN ACCESS JOURNALS
NRCT OFFICIAL E-JOURNAL: SCIENCE ASIA 
ฐานข้อมูล ThaiEdResearch 
ฐานข้อมูล EBSCOhost 
ฐานข้อมูล Elsevier 
ฐานข้อมูล Emerald
ฐานข้อมูล ERIC 
ฐานข้อมูล JSTOR
ฐานข้อมูล ProQuest 
ฐานข้อมูล SAGE Journals Online 
ฐานข้อมูล ScienceDirect 
ฐานข้อมูล SCIRP 
ฐานข้อมูล SCOPUS 
ฐานข้อมูล Springer 
ฐานข้อมูล Taylor & Francis 
ฐานข้อมูล Wiley
ฐานข้อมูล Web of Science 

ระบบอักขราวิสุทธิ์
 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ 
สำนักหอสมุดกลาง
สำนักวิจัย 


วารสารและบทความ

วารสารและบทความอาจารย์

1.อิทธิพลคั่นกลางแบบอนุกรมของความไว้วางใจในองค์การและความพึงพอใจในงาน ธัญนันท์ บุญอยู่

2.ร้านค้าสะดวกซื้อในฐานะตัวแปรกำกับการจัดการภาพลักษณ์องค์กรปลายน้ำ นภาพร ขันธนภา

3.กรอบแนวคิดการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ นภาพร ขันธนภา

4.อิทธิพลของปัจจัยการสนับสนุนด้านความรู้จากองค์การและจากตัวพนักงาน นภาพร ขันธนภา

5.ความสัมพันธ์ของการบริหารทรัพยากร นภาพร ขันธนภา

6.การบริหารการฝังลึกความรับผิดชอบต่อสังคมและการเทิดทูน นภาพร ขันธนภา

7.ความสุขของแรงงานไทย การวิเคราะห์คุณค่าการจัดการครอบครัว นภาพร ขันธนภา

8.ผลการศึกษาทัศนคติของแฟนคลับต่อภาพลักษณ์ของสโมสรฟุตบอล วิชากร เฮงษฎีกุล

9.การศึกษารูปแบบกลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ วิชากร เฮงษฎีกุล

10.ปัจจัยแรงจูงใจที่มีผลต่อความสุขในการทำงานของบุคลากรสายปฏิบัติ วิชากร เฮงษฎีกุล

11.ปัจจัยความผูกพันที่มีผลต่อการคงอยู่ในองค์กรของพนักงานระดับปฏิบัติการ วิชากร เฮงฏฎีกุล

12.ปัจจัยแรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน วิชากร เฮงษฏีกุล

13.การศึกษาปัจจัยทางการตลาดในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน วิชากร เฮงษฎีกุล

14.ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด วิชากร เฮงษฎีกุล

15.แรงจูงใจที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของพนักงาน วิชากร เฮงษฎีกุล

16.ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ของพนักงาน วิชากร เฮงษฎีกุล

17.ปัจจัยการเลือกใช้แรงงานต่างด้าว วิชากร เฮงษฎีกุล

18.ECONOMIC DEVELOPMENT MODEL ทิฆัมพร พันลึกเดช

19.THAILAND'S TOURISM DEVELOPMENT STRATEGY ทิฆัมพร พันลึกเดช

20.ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงาน ทิฆัมพร พันลึกเดช

21.แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธนบุรี ทิฆัมพร พันลึกเดช

22.คุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการตำรวจ ทิฆัมพร พันลึกเดช

23.กระบวนการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า ฉัตรพล มณีกูล

24.การบริหารความเสี่ยง ฉัตรพล มณีกูล

25.กระบวนการลดต้นทุนคุณภาพ ฉัตรพล มณีกูล

26.ความสัมพันธ์ระหว่างข้อกำหนดของผู้ทำบัญชี ฉัตรพล มณีกูล

27.ทัศนคติต่อการชำระภาษีของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ ฉัตรพล มณีกูล

28.ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้ระบบสารสนเทศทางการบัญชี ฉัตรพล มณีกูล

29.การควบคุมภายในที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพข้อมูล ฉัตรพล มณีกูล

30.ปัจจัยส่วนบุคคลของพนักงานบัญชี ฉัตรพล มณีกูล

31.คุณลักษณะของผู้บริหารที่มีความสัมพันธ์กับการวางแผนภาษีอากร ฉัตรพล มณีกูล

32.อิทธิพลของการรับรู้ภาวะผู้นำ ธัญนันท์ บุญอยู่

33.อิทธิพลของความผูกพันต่อองค์กร ธัญนันท์ บุญอยู่

34.อิทธิพลตัวแปรคั่นกลางพหุ ธัญนันท์ บุญอยู่

35.ตัวแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงสาเหตุ ธัญนันท์ บุญอยู่

36.โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยด้านการรับรู้ ธัญนันท์ บุญอยู่

37.อิทธิพลเชิงโครงสร้างของการจัดการความรู้ที่มีต่อประสิทธิภาพ ธัญนันท์ บุญอยู่

38.ปัจจัยและองค์กรและคุณค่าตราสินค้า สุมาลี รามนัฎ

39.ปัจจัยด้านคุณภาพการบริการ สุมาลี รามนัฏ

40.ตัวแบบเชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงิน สุมาลี รามนัฏ

41.การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัท อบิวเมนเต้ จำกัด สุมาลี รามนัฏ

42.ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการแอพพลิเคชั่นมายโม่ สุมาลี รามนัฏ

43.กรณีศึกษาราคา Bitcoin ที่มีผลกระทบต่อคำนวณการเสียภาษี สุมาลี รามนัฏ

44.การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการ สุมาลี รามนัฏ

45.อิทธิพลคั่นกลางของคุณค่าตราสถาบันของมหาวิทยาลัย สุมาลี รามนัฏ


Address

บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
19/1 ถนนเพชรเกษม
เขตหนองแขม กทม. 10160


Contacts

Email : gssupport@sau.ac.th
Phone : 66-2807-4500-27
                ext. 316, 120
FAX : 66-2807-4528-30

SAU Links

ระบบทะเบียนออนไลน์
ระบบลงทะเบียนออนไลน์
ระบบประเมินการเรียนการสอน
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ นศ.
ระบบห้องสมุดออนไลน์
ระบบยื่นใบคำร้องออนไลน์